วันจันทร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

What have in Valentine's Day ?

"ตำนานวาเลนไทน์"




     



เรื่องเล่าเกี่ยวกับวันวาเลนไทน์มีการพูดต่อ ๆ กันมาหลายรูปแบบ แต่สำหรับตำนานซึ่งคนส่วนใหญ่ล่ำลือกันมี 2 เวอร์ชั่น โดยเวอร์ชั่นแรกเล่ากันว่าวาเลนไทน์เป็นวันเฉลิมฉลองให้แก่นักบุญที่ชื่อว่า "วาเลนไทน์" เขามีชีวิตอยู่ในช่วงศตวรรษที่ 3 แห่งโรมันซึ่งตรงกับช่วงสมัยจักรพรรดิคลอดิอุสที่ 2 ผู้ซึ่งมีความคิดแผลงๆ ว่า ที่ชายโรมันไม่ยอมสมัครเป็นทหารไปออกรบนั้น เป็นเพราะพวกเขามีพันธะต้องดูแลครอบครัว พระองค์คิดว่าหากห้ามไม่ให้หนุ่มสาวแต่งงานกัน ผู้ชายก็จะหันมารับใช้ชาติมากขึ้น พระองค์จึงออกกฎห้ามชาวโรมันแต่งงานกัน 

แต่ด้วยอนุภาพแห่งความรัก ทำให้คู่รักโรมันพากันฝ่าฝืนข้อห้าม แม้ว่าจะได้รับโทษถึงขั้นประหารชีวิตก็ตาม หนุ่มสาวโรมันแอบแต่งงานกันอย่างลับๆ โดยมีนักบุญวาเลนไทน์เป็นผู้ทำพิธีให้ แต่แล้วเมื่อความลับล่วงรู้ไปถึงหูของจักรพรรดิคลอดิอุส พระองค์กริ้วมากจึงรับสั่งให้ประหารชีวิตนักบุญผู้นี้

ส่วนวันวานเลนไทน์เวอร์ชั่นสองก็คล้ายกับเวอร์ชั่นแรกอยู่บ้าง ว่ากันว่าเป็นวันรำลึกถึงชายหมุ่นโรมันคนหนึ่งนามว่า 'วาเลนไทน์' เขาฝ่าฝืนกฎของจักรพรรดิคลอดิอุสที่ 2 ที่ทรงมีรับสั่งห้ามชาวโรมันแต่งงานกันด้วยการจัดงานแต่งานลับๆ กับเจ้าสาวของเขา แต่แล้วในที่สุดเขาก็ถูกจับได้และถูกนำตัวไปขังคุก

ข่าวคราวของวาเลนไทน์ดังกระฉ่อนไปทั่วโรม หนุ่มสาวชาวโรมันจำนวนมากเดินทางมาเยี่ยมเขาถึงห้องขังพร้อมกับมอบดอกไม้และเขียนให้กำลังใจเขาที่หน้าต่างเพื่อบอกว่าพวกเขาก็เชื่อในความรักเช่นเดียวกัน

ที่นั่นวาเลนไทน์ได้รู้จักกับลูกสาวของผู้คุมห้องขังซึ่งแวะเวียนมาเยี่ยมเขาเสมอๆ ทั้งคู่พูดคุยกันอย่างถูกคอ เธอมีความเห็นเช่นเดียวกับเขาว่าสิ่งที่เขาทำนั้นถูกต้องแล้ว เขาเองก็ตกหลุมรักเธอ และในวันที่เขาถูกประหารชีวิตซึ่งตรงกับวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ.269 เขาเขียนโน้ตถึงเธอเพื่อขอบคุณสำหรับมิตรภาพและความภักดีที่เธอมีให้เขา พร้อมทั้งลงท้ายว่า 'Love from your Valentine' โดยที่ไม่รู้เลยว่าจากนี้ต่อไปจะมีคนจำนวนมากที่ใช้วิธีสารภาพรักเช่นเดียวกับเขา กระดาษโน้ตของวาเลนไทน์กลายเป็นที่มาของการ์ดวาเลนไทน์ซึ่งหนุ่มสาวยุคต่อมาใช้สารภพาความในใจที่มีต่อกัน

ทั้งนี้ ถึงจะไม่รู้ว่าเรื่องเล่าเกี่ยวกับวันวาเลนไทน์เวอร์ชั่นไหนเป็นของจริง แต่นับตั้งแต่สมัยโรมันเป็นต้นมา วันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปีถูกกำหนดให้เป็นวันที่ระลึกถึง(นักบุญ)วาเลนไทน์ แต่วิวัฒนาการของวันวาเลนไทน์ก็เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย จากเดิมที่เป็นเพียงแค่วันแห่งการระลึกถึงบุคคลสำคัญ ก็กลายมาเป็นวันแห่งความรักที่หนุ่มสาวจะสารภาพความในใจ พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนของที่ระลึกเพื่อสื่อถึงความรักที่มีต่อกัน... 












"ช็อกโกแลต"

ช็อคโกแลตมินท์ :
คนที่ชอบช็อคโกแลตมินท์ บอกได้เลยว่าคุณเป็นคนมองไปข้างหน้าอยู่เสมอ ไม่ชอบเก็บเอาอดีตมาใส่ใจ ไม่ชอบให้ใครมาตั้งกฏเกณฑ์บีบบังคับให้อยู่ในกรอบ แต่จะคอยควบคุมบงการคนอื่น ทำโน่นทำนี่มากกว่า เป็นคนชัดเจน เปิดเผย ตรงไปตรงมา มีความคิดสร้างสรรค์ มุ่งมั่นที่จะทำทุกอย่างให้ดีขึ้น บางครั้งก็มุ่งมั่นมากเกินไป คุณควรจะปล่อยวางบ้าง

ช็อคโกแลตนม :
คุณรู้ไหมว่าคนที่ทานช็อคโกแลตนมน่ะ เป็นคนโรแมนติกสุดๆ รู้เลยทันทีว่าเป็นคนพกพาความอ่อนโยนมาเต็มกระเป๋า เวลาตัดสินใจทำอะไรเร็วมาก ชอบเฮฮาปาร์ตี้ สังสรรค์กับเพื่อนฝูงมากกว่านั่งจับเจ่าอยู่คนเดียว และเป็นคนดีมีน้ำใจกับเพื่อนฝูงเสมอ จนบางครั้งกลายเป็นจอมยุ่งของแก๊งค์ไป


ช็อคโกแลตสอดไส้ :
ใครๆที่ชื่นชอบช็อคโกแลตสอดไส้ ทายได้เลยว่าเป็นหนุ่มสาวสังคมตัวยงเชียว มีงานปาร์ตี้ที่ไหนต้องมีคุณที่นั่น เป็นคนสนุกสนานเฮฮา ค่อนข้างอารมณ์ดี ยิ้มแย้มแจ่มใสอยู่เสมอ มีมนุษยสัมพันธ์ดีกับคนอื่น มองโลกในแง่ดี และเป็นผู้ที่ให้คำแนะนำที่ดีได้ รู้อะไรควรไม่ควร ทำตัวให้มีแต่ความสุข สามารถลืมความทุกข์ได้เสมอ แต่บางครั้งก็เป็นคนเบื่อง่าย

ช็อคโกแลตเวเฟอร์ :
แสดงว่าตัวคุณเองเป็นคนรักสนุก อารมณ์ขัน ช่างพูดช่างคุย ให้ความสำคัญกับความรู้สึกของตนเองและคนรอบข้าง เป็นคนอ่อนโยน นิ่มนวล อารมณ์โรแมนติกมาก มีความเป็นกันเองเสมอ ชอบแสวงหาเพื่อนใหม่ ทั้งยังหยิบยื่นมิตรภาพดีๆให้คนรอบข้างเสมอ ชอบดูแลช่วยเหลือคนอื่นด้วยจิตใจที่ปรารถนาดีเต็มเปี่ยม ใครที่ได้เป็นเพื่อนกับคุณ ขอบอกว่าเป็นคนโชคดีมากๆเพราะคุณคือเพื่อนแท้แน่นอน

คุ้กกี้ช็อคโกแลต :
เพื่อนๆที่ชอบทานคุ้กกี้ช็อคโกแลตเป็นชีวิตจิตใจล่ะก็ ทายได้เลยว่าเป็นคนมีความกระตือรือร้นสูง ชอบความท้าทาย และมีเสน่ห์มาก เรียกว่า popular เลยก็ว่าได้ และยังเป็นคนเชื่อมั่นในตัวเองสูงปรี๊ด บางครั้งออกจะวู่วามเล็กๆ ไม่ใช่คนละเอียดถี่ถ้วนอะไรมากมายนัก แพ้ไม่เป็น ประมาณว่าฉันคือผู้ชนะ แพ้ยังไงฉันก็จะชนะ ใครจะทำไม
ช็อคโกแลตขม :
ผู้ใดเข้าข่ายชอบทานช็อคโกแลตขม เชื่อได้เลยว่าตัวคุณเองเป็นคนที่เข้าใจยาก อารมณ์เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด ใจร้อนไม่ชอบการรอคอยอะไรที่นานๆ มักใช้อารมณ์เป็นที่ตั้ง ไม่ค่อยมีเหตุผลแต่ก็เชื่อใจไว้ใจได้ ชอบชีวิตเรียบง่าย และเป็นตัวของตัวเองมากทีเดียว

ลูกอมรสช็อคโกแลต :
ทายได้ว่าคนที่ชอบลูกอมรสช็อคโกแลต จะเป็นคนสดใสร่าเริง อารมณ์ดี แต่ที่แท้ข้างในนั้นดื้อ ขี้โมโห น้อยใจ ชอบรียกร้องความสนใจจากคนรอบข้าง บางเวลาคุณก็มั่นใจซะจนใครก็ห้ามไม่อยู่ มีความฝันไชอบลอกเลียนแบบใคร ลึกๆแฝงความอ่อนไหวไว้ภายใน ไม่ค่อยชอบแสดงออก ที่สำคัญคุณเป็นคนอัธยาศัยดี แถมพูดเพราะด้วย
ไอศกรีมรสช็อคโกแลต :
มาถึงคุณๆที่ชอบทานไอศกรีมรสช็อคโกแลต บ่งบอกได้เลยว่าคุณเป็นคนช่างฝัน อ่อนโยนและอ่อนไหวกับสิ่งรอบข้างได้ง่าย ค่อนข้างขี้เหงา เต็มไปด้วยจินตนาการที่ลื่นไหลไม่ยอมหยุด หลงรักคนง่ายแต่ก็เปลี่ยนใจง่ายเช่นกัน แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นคนขัดแย้งในตัวเองมาก ไม่ค่อยชอบให้ใครมาวุ่นวายเรื่องส่วนตัวมากนัก

เค้กช็อคโกแลต :
ถ้าคุณชอบทานเค้กช็อคโกแลตม๊ากมากแสดงว่าเป็นคนที่เข้าใจชีวิตและโลกเป็นอย่างดี กล้าหาญ รู้จักกับการเผชิญหน้าและรับกับปัญหาที่เกิดขึ้นกับตัวเองได้ดีไม่ชอบหนี ทำอะไรด้วยสติปัญญา ในขณะเดียวกัน ก็เป็นคนตั้งเป้าหมายในชีวิตสูงมาก สนใจใฝ่รู้ ไม่ชอบอยู่เฉย รู้จักปรับตัวให้เข้ากับสิ่งต่างๆได้เป็นอย่างดี












"ตำนานดอกกุหลาบ"

ดอกกุหลาบ

กุหลาบเป็นดอกไม้ที่นิยมปลูกไว้ชื่นชมมาแต่โบราณ ประมาณกันว่ากุหลาบเกิดขึ้นเมื่อกว่า 70 ล้านปีมาแล้ว เคยมีการค้นพบฟอสซิลของกุหลาบใน รัฐโคโลราโด และ รัฐโอเรกอน ประเทศสหรัฐอเมริกา และได้พิสูจน์ว่ากุหลาบป่าเป็นพืชที่มีอายุถึง 40 ล้านปี แต่กุหลาบป่าสมัยโลกล้านปีนี้ มีรูปร่างหน้าตาไม่เหมือนกุหลาบสมัยนี้ เนื่องจากมนุษย์ได้นำเอากุหลาบป่ามาปลูกและผสมพันธุ์ ขยายพันธุ์เป็นพันธุ์ต่างๆ มากมาย

               ความจริงแล้วกำเนิดของกุหลาบหรือกุหลาบป่านี้มีเฉพาะในแถบบริเวณเหนือเส้นศูนย์สูตรของโลกเท่านั้น คือกำเนิดในภาคกลางของทวีปเอเชีย แล้วแพร่ขยายพันธุ์ไปตลอดซีกโลกเหนือ ไม่ว่าจะเป็นแถบที่มีอากาศหนาวจัดอย่าง อาร์กติก อลาสก้า ไซบีเรีย หรือแถบอากาศร้อนอย่าง อินเดีย แอฟริกาเหนือ แต่ในบริเวณแถบใต้เส้นศูนย์สูตรอย่างทวีปออสเตรเลีย หรือเกาะต่างๆ ในมหาสมุทรรวมทั้งแอฟริกาใต้ ไม่เคยมีปรากฏว่ามีกุหลาบป่าเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเลย

ดอกกุหลาบ               ตามประวัติศาสตร์เล่าว่า กุหลาบป่าถูกนำมาปลูกไว้ในพระราชวังของจักรพรรดิจีน ในสมัยราชวงศ์ฮั่นราว 5,000 ปีมาแล้ว ขณะที่อียิปต์เองก็ปลูกกุหลาบเป็นไม้ดอก ส่งไปขายให้แก่ชาวโรมัน ชาวโรมันเป็นชาติที่รักดอกกุหลาบมากถึงจะสั่งซื้อจากประเทศอียิปต์แล้ว ยังลงทุนสร้างเนอร์สเซอรี่ขนาดใหญ่สำหรับปลูกดอกกุหลาบอีกด้วย สำหรับชาวโรมันแล้วเรียกได้ว่าดอกกุหลาบมีความสำคัญกับชีวิตประจำวัน เพราะชาวโรมันถือว่าดอกกุหลาบเป็นสัญลักษณ์ของความรัก ซึ่งเป็นทั้งของขวัญ เป็นดอกไม้สำหรับทำเป็นมาลัยต้อนรับแขก เป็นดอกไม้สำหรับงานเฉลิมฉลองต่างๆ ใช้เป็นส่วนประกอบสำหรับทำขนม ทำไวน์ ส่วนน้ำมันกุหลาบยังใช้ทำเป็นยาได้อีกด้วย

               กุหลาบถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักและความโรแมนติก ซึ่งมีบางตำนานเล่าว่า ดอกกุหลาบเป็นเสมือนเครื่องหมายแทนการกำเนิดของ เทพธิดาวีนัส ซึ่งเป็นเทพแห่งความงาม และความรัก วีนัสเป็นที่รู้จักกันในชื่อ อโฟรไดท์ ในตำนานเทพของกรีกได้กล่าวไว้ว่า น้ำตาของเธอหยดลงปะปนกับเลือดของ อคอนิส คนรักของเธอที่ถูกหมูป่าฆ่า เลือดและน้ำตาหยดลงสู่พื้นแล้วกลายเป็นดอกไม้สีแดงเข้มหรือดอกกุหลาบนั่นเอง แต่บางตำนานก็เล่าว่าดอกกุหลาบเกิดจากเลือดของ อโฟรไดท์ เองที่หยดลงสู่พื้น เมื่อเธอแทงตัวเองด้วยหนามแหลม

ดอกกุหลาบ               บางตำนานกล่าวว่ากุหลาบเกิดจากการชุมนุมของบรรดาทวยเทพ เพื่อประทานชีวิตใหม่ให้กับนางกินรีนางหนึ่ง ซึ่งเทพธิดาแห่งบุปผาชาติ หรือ คลอริส บังเอิญไปพบนางนอนสิ้นชีพอยู่ ในตำนานนี้กล่าวว่า อโฟรไดท์ เป็นเทพผู้ประทานความงามให้ มีเทพอีกสามองค์ประทานความสดใส เสน่ห์ และความน่าอภิรมย์ และมี เซไฟรัส ซึ่งเป็นลมตะวันตกได้ช่วยพัดกลุ่มเมฆ เพื่อเปิดฟ้าให้กับแสงของเทพ อพอลโล หรือแสงอาทิตย์ส่องลงมาเพื่อประทานพรอมตะ จากนั้น ไดโอนีเซียส เทพเจ้าแห่งเหล้าองุ่นก็ประทานน้ำอมฤต และกลิ่นหอม เมื่อสร้างบุปผาชาติดอกใหม่นี้ขึ้นมาได้แล้ว เทพทั้งหลายก็เรียกดอกไม้ซึ่งมีกลิ่นหอมและทรงเสน่ห์นี้ว่า Rosa จากนั้น เทพธิดาคลอริส ก็รวบรวมหยดน้ำค้างมาประดับเป็นมงกุฎ เพื่อมอบให้ดอกไม้นี้เป็นราชินีแห่งบุปผาชาติทั้งมวล จากนั้นก็ประทานดอกกุหลาบให้กับเทพ อีโรส ซึ่งเป็นเทพแห่งความรัก กุหลาบจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความรัก แล้วเทพ อีโรส ก็ประทานกุหลาบนี้ให้แก่ ฮาร์โพเครติส ซึ่งเป็นเทพแห่งความเงียบ เพื่อที่จะเก็บซ่อนความอ่อนแอของทวยเทพทั้งหลาย ดอกกุหลาบจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความเงียบและความเร้นลับอีกอย่างหนึ่ง

               กุหลาบกลายเป็นของขวัญ ของกำนัลสำหรับการแสดงความรัก และมักจะมีผู้เปรียบเทียบความงามของผู้หญิงเป็นเสมือนดอกกุหลาบ และผู้หญิงคนแรกในประวัติศาสตร์โลกที่ได้รับสมญาว่าเป็นผู้หญิงงามเสมือนดอกกุหลาบคือ พระนางคลีโอพัตรา ซึ่งพระนางยังได้เคยต้อนรับ มาร์ค แอนโทนี คนรักของพระนาง ในห้องซึ่งโรยด้วยดอกกุหลาบหนาถึง 18 นิ้ว หอมฟุ้งไปด้วยกลิ่นกุหลาบ


ดอกกุหลาบ







"ตำนานดอกกุหลาบในเมืองไทย"


ดอกกุหลาบ              

 กุหลาบมาจากคำว่า "คุล" ในภาษาเปอร์เชีย แปลว่า "สีแดง ดอกไม้ หรือดอกกุหลาบ" และเข้าใจว่าจากเปอร์เซีย

ได้แพร่เข้าไปในอินเดีย 

เพราะในภาษาฮินดีมีคำว่า "คุล" แปลว่า "ดอกไม้" และคำว่า "คุลาพ" หมายถึงกุหลาบอย่างที่ไทยเราเรียกกัน 

แต่ออกเสียงเป็น "กุหลาบ"  ส่วนคำว่า "Rose" ในภาษาอังกฤษนั้นมาจากคำว่า "Rhodon" ที่แปลว่ากุหลาบในภาษากรีก

               

ดอกกุหลาบ


กุหลาบเข้ามาเมืองไทยสมัยใดไม่ทราบแน่ชัด แต่จากบันทึกของ ลา ลูแบร์ 

ราชทูตฝรั่งเศสในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช 

บันทึกไว้ว่าได้เห็นกุหลาบที่กรุงศรีอยุธยา และที่แน่นอนอีกแห่งก็คือ

ในกาพย์ห่อโคลงนิราศธารโศกสมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งเป็นพระนิพนธ์ของเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์ กล่าวถึงกุหลาบไว้ว่า

  กุหลาบกลิ่นเฟื่องฟุ้ง
หอมรื่นชื่นชมสอง
นึกกระทงใส่พานทอง
หยิบรอจมูกเจ้า


เนืองนอง
สังวาส
ก่ำเก้า
บ่ายหน้าเบือนเสีย

               สำหรับตำนานดอกกุหลาบของไทยเล่ากันว่า เป็นบทละครพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 6 เรื่อง มัทนะพาธา 

ในเรื่องเล่าถึงเทพธิดาองค์หนึ่งชื่อ "มัทนา" ซึ่งนางได้มีเทพบุตรองค์หนึ่งชื่อ "สุเทษณะ" ซึ่งพระองค์ทรงหลงรักเทพธิดา "มัทนา" 

มากแต่นางไม่มีใจรักตอบ จึงถูกสาบให้ไปเกิดเป็นดอกกุหลาบ จึงกลายเป็นตำนานดอกกุหลาบแต่นั้นมา








"ความหมายขอสี ดอกกุหลาบ"

กุหลาบสีแดง หมายถึงความรัก ความปรารถนา เป็นสิ่งนำโชคมาให้แก่หญิงหรือชายที่รับ

 

 

กุหลาบสีชมพู หมายถึง ความรักที่มีความสุขอย่างสมบูรณ์

 

กุหลาบสีขาว หมายถึง ความมีเสน่ห์ ความบริสุทธิ์ มิตรภาพ และความสงบเงียบ นำโชคให้แก่ผู้รับเช่นเดียวกับกุหลาบแดง

 

กุหลาบสีเหลือง หมายถึง มิตรภาพ เราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน

 

กุหลาบสีแดงกับสีขาวในช่อเดียวกัน หมายถึง ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

 

กุหลาบสีส้ม หมายถึง ฉันรักเธอเหมือนเดิม

 

กุหลาบสีส้มกับสีเหลืองในช่อเดียวกัน หมายถึง ระลึกถึงด้วยความเสน่หา

 

กุหลาบสีแดงเข้มเหมือนไวน์แดง หมายถึง เธอช่างมีเสน่ห์ งดงาม

 

กุหลาบตูมสีแดง หมายถึง ฉันเริ่มรักเธอแล้ว

 

กุหลาบบานสีแดง หมายถึง ฉันรักเธอเข้าแล้ว

 

กุหลาบสีม่วง หมายถึง รักแรกพบ

 

กุหลาบสีพีช หมายถึง ความจริงใจและความชื่นชม

 

กุหลาบตูมสีขาวหมายถึง เธอช่างไร้เดียงสาน่าทะนุถนอม ฉันรักเธอ

 

กุหลาบสีแชมเปญ หมายถึง ความงามที่เป็นอมตะ







" ช่อกุหลาบสื่อความหมาย "


ดอกกุหลาบ

              


 จำนวนดอกกุหลาบในช่อก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สื่อความหมายได้เช่นกัน และในวันวาเลนไทน์หรือวันไหนๆ

ถ้าคุณได้ช่อดอกกุหลาบจากใครสักคน เค้าคนนั้นอาจกำลังต้องการสื่อความหมายอะไรบางอย่างให้คุณรู้ก็เป็นได้

จำนวนดอกกุหลาบ
1
2
3
7
9
10
11
12
13
15
20
21
36
40
99
100
101
108
999

ความหมาย
รักแรกพบ
แสดงความรู้สึกที่ดีให้กัน
ฉันรักเธอ
คุณทำให้ฉันหลงเสน่ห์
เราสองคนจะรักกันตลอดไป
คุณเป็นคนที่ดีเลิศ
คุณเป็นสมบัติชิ้นที่มีค่าชิ้นเดียวของฉัน
ขอให้เธอเป็นคู่ของฉันเพียงคนเดียว
เพื่อนแท้เสมอ
ฉันรู้สึกเสียใจจริงๆ
ฉันมีความจริงใจต่อเธอ
ชีวิตินี้ฉันมอบเพื่อเธอ
ฉันยังจำความหลังอันแสนหวาน
ความรักของฉันเป็นรักแท้
ฉันรักเธอจนวันตาย
ฉันอุทิศชีวิตนี้เพื่อเธอ
ฉันมีคุณเพียงคนเดียวเท่านั้น
คุณจะแต่งงานกับฉันไหม
ฉันจะรักคุณจนวินาทีสุดท้าย


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น